
ชาวต่างชาติตื่นตาตื่นใจยิ่ง กับชุดยักษ์วัดแจ้งและทศกัณฐ์ และจีนแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่เข้ามาเชื่อมกับวัฒนธรรมไทย ทั้งจากอินเดีย จีน รวมถึงสะท้อนไทยในยุคเศรษฐกิจพอเพียง ที่น่าประทับใจแสดงการปลูกข้าวและน้ำ สัมพันธ์กับชีวิตคนไทยมาแต่อดีตปัจจุบันและอนาคต Thailand Pavilion พบกับความประทับใจและรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากกับคนไทยความเป็นไทยกับอาคารศาลาไทย ได้ตื่นตาและสัมผัสกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ยังไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน
ชมสุดยอดความอลังการของห้องจัดนิทรรศการแต่ละห้อง นอกจากนี้ยังจะได้พบกับตัวแทนทางสัญลักษณ์ของประเทศไทย นั่นก็คือ “น้องไท” โรบอทยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เสร็จจากงานเอ็กซ์โปรก็ไปเที่ยวเมืองเซี่ยงไฮ้ นครปารีสแห่งตะวันออก เนื่องจากเป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญในด้านต่างๆ ของภูมิภาค
ทั้งทางด้านเศรษฐกิจการค้า การเงิน การลงทุน รวมถึงด้านแฟชั่น และการท่องเที่ยว เซี่ยงไฮ้จึงนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวจีน โดยถือได้ว่าเซี่ยงไฮ้เป็นสัญลักษณ์ของจีนยุคใหม่ในด้านความก้าวหน้าและความ

ทันสมัย
ทั่วทั้งเมืองได้เห็นความก้าวหน้าของจีนด้านประชาสัมพันธ์งานเต็มเมืองด้วยระบบดิจิทัล ทันสมัยมาก สะท้อนให้เห็นถึง “เมืองแห่งอนาคต” ของจีนได้ว่า ต่อไปจีนจะก้าวจากยุคอดีตไปสู่ยุคดิจิทัลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ สิ่งเดิมๆ จะหายไป เทคโนโลยีจะเข้ามาแทน นับจากปี 2010 จากนี้ไป
ในความรู้สึกหนึ่งระหว่างอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ได้สัมผัสกับระบบรางของจีน ได้ขึ้นรถไฟหัวจรวด เร็วมาก เห็นไฟสะพาน สูงกว้างใหญ่กว่าตึก 10 ชั้น ยิงเลเซอร์ 7 สี 7 ศอก ในตอนกลางคืนแสงสีเสียงตลอดคืน น่าดูชม
ตึกสูงตระหง่านบ้านไม่มีรั้ว ไม่มีสนามส่วนตัว และส่วนใหญ่คนเมืองจะอยู่บนคอนโด ประหยัดพื้นที่ แทนบ้านเดี่ยว

จากจุดที่จัดงานนี้ เดินทางไปเที่ยวเมืองซูโจว เวนิสของจีน ได้นั่งเรือแจวฟังคนจีนร้องเพลง ให้เงินหยวน ก็พายเรือไปตามคลอง ชมเมืองโบราณ เมืองคนสวยที่สุดของจีน
จากนั้นเดินทางสู่เมืองหังโจว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเจ๋อเจียง ซึ่งมีความมั่งคั่งมากที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นแหล่งเภสัชอุตสาหกรรมและสถาบันศิลปะที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศจีน ซึ่งในอดีตมีคำเปรียบเปรยถึงความสวยงามของเมืองหังโจวและซูโจวว่า “บนฟ้ามีสวรรค์บนดินมี ซู (โจว) หัง (โจว)” เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามสองฟากถนน
