การศึกษาต่อออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ติดใจส่งไป High School
โดย : พรทิพย์ พนัสบดี
(Australian Registered Migration Agent เลขที่ 9896337)
ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP Education & Migration Service และ CP Australia and New Zealand Centre
Sydney :
Melbourme :
Bangkok :
Chiang Mai : |
Tel : +61 2-9267-8522
Tel : +61 3-9602-5355
Tel : +66 2 635 5445
Tel : +66 53 334 2222 |
Website : www.cpinter.com.au
จิงโจ้ และ โคอาล่า อาจเป็น 2 สิ่งแรกที่นึกถึงเมื่อเอ่ยชื่อออสเตรเลีย และแน่นอนเมื่อเกริ่นถึงกีวี ผู้คนก็จะ
ทราบว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำของนิวซีแลนด์ แต่ในความจริงแล้ว ประเทศทั้ง 2 ประเทศที่มีความสวยงามใน
ซีกโลกใต้ทั้ง 2 แห่งนี้ยังมีอะไรอีกมากมายให้ชม ให้ชิม ให้สัมผัส ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปเยือน
เป็นอย่างยิ่งด้วยความมีน้ำใจไมตรีของผู้คน และความบริสุทธิ์ของธรรมชาติแล้ว มาตรฐานการศึกษาก็ยังสูงลิ่วใน
ระดับสากลโลกเลยทีเดียว ระบบการศึกษาที่นี่จะสอนให้เด็กๆรู้จักช่วยตัวเอง มีระเบียบวินัยในการดำรงชีวิต
ตั้งแต่เด็ก มีความคิดสร้างสรรค์เป็นนักประดิษฐ์ กล้าแสดงออก พึ่งตัวเอง และมีน้ำใจเป็นนักกีฬา
จากประสบการณ์นานปีในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาทั้งด้านการศึกษาต่อต่างประเทศและการทำวีซ่า
เข้าประเทศออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ คำแนะนำที่มีค่าอย่างหนึ่งที่ดิฉันให้ไว้กับผู้ปกครองที่ตั้งใจจะป
ูทางอนาคตให้บุตรหลานของตนได้ประกอบอาชีพที่มั่นคงในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติอย่าง
ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะ ในสายวิชาชีพ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ วิศวกร พยาบาล นักบัญชี ทนายความ เป็นต้น ก็คือต้องตัดใจส่งเขาไปเรียนนอกตั้งแต่ระดับ high schoolหรือสูงสุดก็ระดับปริญญา
ตรี นอกจากจะเป็นการเสริมทักษะภาษาอังกฤษให้แข็งแรงแล้ว การได้วุฒิบัตรหรือใบประกอบวิชาชีพที่นั่นก็จะไม
่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง เพราะถ้ารอให้จบตรีจากเมืองไทยแล้วค่อยไปต่อโท จะพบว่าการสอบเทียบใบ
วิชาชีพ ในสาขาต่างๆนั้นเป็นไปได้ยากมาก
อนึ่ง วุฒิบัตร หรือใบประกอบวิชาชีพที่จบ จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก็ยังเป็นที่ยอมรับของประเทศพัฒนาอื่นที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาพูดเช่นกัน เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา เป็นต้น ไม่ว่าท่านจะให้ลูกหาเลี้ยงชีพด้วยเงินดอลลาร์หรือเงินยูโร ก็สะดวกสบายทั้งนั้น ว่างั้นเถอะ อีกอย่างการให้โอกาสลูกหลานได้ไปอาศัยอยู่และได้ร่ำเรียนอยู่ในแหล่งที่ปลอดภัย และได้สูดอากาศบริสุทธิ์ทุกวันทุกคืน ก็นับว่าเป็นมิ่งที่มีค่าอย่างหนึ่งที่ใช้เงินซื้อกันไม่ได้ และที่พวกเราในฐานะผู้ปกครองมอบให้แก่คนที่เรารักที่สุดในชีวิตได้
ผู้ปกครองไทยในยุค go-inter สมัยใหม่นี้ ไม่เพียงแต่ส่งเสริมให้ลูกหลานได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อเสริมทักษะทางภาษา สร้างความเชื่อมั่นเป็นตัวของตัวเอง และได้วุฒิบัตรเพิ่มอีก 2 ใบเท่านั้น หากแต่ยังมักอยากให้ลูกหลานมีโอกาสฝึกงาน หรือทำงานต่อในต่างประเทศ เพื่อยกฐานะของเขาให้สูงขึ้นในตลาดงานปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดแน่นอน นักศึกษาที่เคยใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ คลุกคลีกับคนท้องถิ่น และใช้ภาษาอังกฤษในสถานที่ทำงานได้อย่างที่ชาวต่างชาติใช้กัน ก็ย่อมจะได้เปรียบกว่า ไม่ว่าจะเชิงการติดต่อทำธุรกิจกับชาวต่างชาติหรือการสมัครงานตำแหน่งดีๆ ในบริษัทระดับนานาชาติอย่างแน่นอน ผู้ปกครองบางท่านยังเอาใจใส่ปูทางให้ลูกไปไกลถึงขั้นว่า ในเมื่อลงทุนให้ลูกไปเรียนต่างประเทศ เสียเงินทองไปมากมาย จะมีโอกาสไหมที่ลูกจะสามารถถือสัญชาติเพิ่มได้อีกหนึ่งสัญชาติ เพื่อจะได้เกิดความคล่องตัวในการทำการค้าระหว่างประเทศในอนาคต
อยากทำงานต่างประเทศระหว่างเรียน และหลังเรียนจบ มีความเป็นไปได้ไหม?
การหาประสบการณ์ทำงานในต่างประเทศในระหว่างเรียน หรือหลังเรียนจบนั้น ย่อมมีความเป็นไปได้ ดังเช่น ในระหว่างเรียน กฎหมายของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ จะอนุญาตให้นักศึกษาสามารถทำงานในช่วงเปิดภาคเรียนได้ถึง 20 ชั่งโมงต่อสัปดาห์ และทำเต็มเวลาได้ในช่วงปิดภาค และเมื่อเรียนจบ การจะขออยู่ทำงานต่อในต่างประเทศ ก็จะต้องดำเนินเรื่องขอวีซ่าที่อนุญาตให้เราอยู่ทำงานได้อย่างถูกต้อง อย่างเช่นช่องทางที่เห็นบ่อยก็คือ นักศึกษาหลายท่านจะมีนายจ้างที่ดำเนินธุรกิจในออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์เป็น sponsor ให้อยู่ทำงานต่อ เนื่องจากมีการขาดแคลนบุคลากรทางด้านที่นักศึกษาจบมา ส่วนอีกวิธีหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมมากในหมู่นักศึกษาที่เรียนจบจากประเทศออสเตรเลีย ก็คือ การจอทำงาน และอยู่ต่อภายใต้ โครงการตั้งถิ่นฐานถาวรโดยอาศัยทักษะของตนเอง(General Skilled Migretion Program)
โครงการนี้ นอกจากจะเปิดจะเปิดโครงการให้นักศึกษาสามารถ ได้วีซ่าทำงานต่อในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แล้วยังเป็นสะพานเชื่อมสู่การเป็นพลเรือนถาวร หรือที่เรียกว่า Permanent Resident (PR) ได้อีกด้วย
โครงการตั้งถิ่นฐานถาวรในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์โดยอาศัยทักษะของตนเอง ใช้ระบบการนับคะแนนจากทักษะในสายงายอาชีพที่เราประกอบ วุฒิการศึกษา ประการณ์การทำงาน มีนายจ้างเสนองานให้ไหม อายุ ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ และคุณสมบัติเสริมอย่างอื่น เป็นต้น โดยถ้าผู้สมัครรวมคะแนนแล้วถึงตามเกณฑ์ที่กฎหมายแต่ละประเทศกำหนด และผ่านการตรวจสุขภาพและสันติบาล และตั้งหลักแหล่งเป็นพลเรือนถาวรในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้
มีหลายคนเข้าใจว่าการได้เป็นพลเรือนถาวร จะเหมือนกับการได้สัญชาติและทำให้ต้องเสียสิทธิการถือสัญชาติไทยไป ข้อนี้ขอตอบว่าเข้าใจผิด การต้องสละสัญชาติเดิมหรือไม่นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับสนธิสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศเดิมของตนกับประเทศออสเตรเลีย ดังเช่นประเทศมาเลเซียต้องเลือกถือได้เพียงหนึ่งสัญชาติ ส่วนประเทศไทยเราไม่ได้มีกฎบังคับให้ประชาชนชาวไทย ต้องสละสัญชาติไทย ในการได้สัญชาติต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งสัญชาติ เราจึงเห็นคนไทยหลายท่านที่ถือหนังสือเดินทางของทั้งประเทศไทย และของต่างประเทศอีกหนึ่งเล่ม เช่น สหรัฐฯ หรือ ออสเตรเลีย เป็นต้น
Visa |
Pass Mark |
Pool Mark |
Skilled-Independent (subclass 175) |
120 |
100 |
Skilled-Sponsored (subclass 176) |
100 |
80 |
Skilled-Regional Sponsored (subclass 475) |
100 |
100 |
Skilled-Independent (subclass 885) |
120 |
120 |
Skilled-Sponsored (subclass 886) |
100 |
100 |
Skilled-Sponsored (subclass 487) |
100 |
100 |
ขอยกตัวอย่าง เช่น โครงการรับพลเรือนถาวรของประเทศออสเตรเลีย (หรือเทียบกับขอ กรีนการ์ดของอเมริกา)
แบ่งออกเป็นหลายประเภท และตามคะแนนการผ่านของวีซ่าแต่ละประเภทตามตารางข้างล่างนี้ (ณ วันที่ 1 ก.ย. 50)
สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัครและเกณฑ์การให้คะแนนต่างๆ (Points Test) หาอ่านได้จาก:
http://www.cpinter.com.au/eng/migrate_aus/skilled_migration.asp
ส่วนท่านผู้ปกครองที่ไม่ต้องการให้ลูกหลานอยู่เมืองนอกตลอดไป เพียงอยากให้อยู่ปีสองปีเพื่อสร้างสมประสบการณ์ทำงาน แล้วจะให้กลับมาช่วยดำเนินกิจการต่อ ดิฉันมีข่าวดีมาบอกคือ กฎหมายของประเทศออสเตรเลียที่เพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อ 1 กันยายน 2550 นี้ ได้อำนวยให้นักศึกษาที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ขอวีซ่าถาวร สามารถยื่นขอวีซ่าชั่วคราวที่เรียกว่า วีซ่าประเภท 485-Skilled Graduate ให้อยู่ทำงานในประเทศออสเตรเลียหลังเรียนจบได้ 1.5 ปี หลังจากนั้น หากมีคุณสมบัติขอ Permanent Resident (PR) ก็สามารถยื่นเรื่องได้ หรือถ้าต้องการกลับบ้านเรา ก็กลับพร้อมทั้งประสบการณ์ทำงานในต่างประเทศมาปีครึ่ง เรียกว่าเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งเลยทีเดียว
ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องการยื่นขอวีซ่านักเรียน หรือวีซ่าประเภทอื่นๆ เข้าประเทศออสเตรเลีย ควรจะติดต่อและขอรับคำปรึกษาเฉพาะจากที่ปรึกษาที่ถือใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่เรียกว่า Registered Migration Agent* เนื่องจากแต่ละบุคคลมีพื้นฐาน คุณสมบัติ และรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน
(* Registered Migration Agent เป็นตัวแทนเรื่องการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตาม
กฎหมายของประเทศออสเตรเลียกับองค์กรที่ชื่อว่า Migration Agents Registration Authority (MARA) ผู้ที่
รับดำเนินเรื่องเกี่ยวกับการอพยพ หรือรับทำวีซ่าในประเทศออสเตรเลียโดยไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนอาจต้องโทษ
เสียค่าปรับได้ถึง $5,500 และจำคุกได้ถึง 10 ปี ผู้ขึ้นทะเบียนเป็น Registered Migration Agent จะมีหมาย
เลขทะเบียนที่เรียกว่า Registered Migration Agent Number หรือเรียกย่อว่า MARN ห้อยติดข้างชื่อตามด้วย
ตังเลข 7 หลักเสมอ)
หมายเหตุ :
กฎหมายการโยกย้ายถิ่นฐานนั้น มีความสลับซับซ้อนและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา บทความข้างต้น
เป็นเพียงคำแนะนำและข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ผู้อ่านไม่ควรยึดถือเอาเป็นคำแนะนำ ทางด้านกฎหมาย คณะผู้เขียน ผู้จัดพิมพ์ และผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดเตรียมหรือจัดทำบทความนี้ ไม่สามารถรับผิดชอบในกรณีที่ผู้อ่านท่านใด
เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติตาม หรือไม่ปฏิบัติตามเนื้อหาในบทความนี้โดยไม่ผ่านการปรึกษา
Registered Migration Agent โดยตรงได้
ด้วยความปรารถนาดี:
ก้าวไปทุกย่างก้าวอย่างมั่นคง กับทีมงานคุณภาพของ CP Education
|