การเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาทุกระดับในประเทศญี่ปุ่นใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นสื่อในการสอน แม้ว่าจะมีสถาบันการศึกษาบางแห่ง หรือบางหลักสูตรสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษ แต่ก็เป็นส่วนน้อย ดังนั้นนักศึกษาที่ประสงค์จะศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาระดับสูงของญี่ปุ่น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นอย่างเพียงพอ ทั้งด้านการฟัง, พูด,อ่านและเขียน
นักศึกษาต่างชาติส่วนมากจะศึกษาภาษาญี่ปุ่นก่อนอย่างน้อย 6 เดือนถึง 2 ปี
คุณพรรณวิภา พัวพงศกร General Manager แห่งสถาบันแนะแนวการศึกษการเรียนต่อประเทศญี่ปุ่น Jeducation กล่าวยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงที่นักศึกษาที่ต้องการไปเรียนในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะระดับชั้นไหนก็ตามต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นก่อนเป็นอันดับแรก
แม้ว่าการเรียนในประเทศญี่ปุ่นจะเริ่ม
รองรับเด็กต่างชาติได้ตั้งแต่มัธยมปลาย คือ ม.4-ม.6 จนจบปริญญาเอกแต่ภาษา
ที่ใช้ในการเรียนการสื่อสารและในชีวิต
ประจำวันทั้งหมด ต้องเป็นภาษาญี่ปุ่น
เพื่อที่ว่าเมื่อนักศึกษาที่ไปเรียนประเทศ
ญี่ปุ่น เรียนจบกลับมาแล้วจะได้มีความรู้
ทางด้านวิชาการ และได้ภาษาญี่ปุ่น
กลับมาด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากในปัจจุบันแรงงานผู้ที่พูดภาษา
ญี่ปุ่นได้กำลังเป็นที่ต้องการของบริษัท
ญี่ปุ่นในเมืองไทย
โดยเฉพาะสาขาวิชาทางด้านบัญชี, เทคโนโลยี, และล่าม กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก เพราะปัจจุบันหาพนักงานบัญชีที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้น้อยมากดังนั้น ถ้าใครไปเรียนที่ญี่ปุ่น และเรียนทางด้านนี้มา สามารเรียกเงินเดือนได้ตามความต้องการ เช่น มีน้องคนหนึ่ง เรียนทางด้านการบัญชีมา และกำลังจะจบปริญญาตรี ตอนนี้มีบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย จองตัวไปทำงานแล้วโดยให้เงินเดือนสูงถึง 45,000 บาท โดยให้เรียกเงินเดือนได้ตามความต้องการ
คุณพรรณวิภา กล่าวอีกว่า สิ่งที่เหมือนกันของการเรียนภาษาญี่ปุ่นระหว่างการเรียนที่โรงเรียนสอนภาษา (ที่รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่น) กับการเรียนหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยเอกชน คือ ได้เรียนกับเจ้าของภาษาโดยตรง การเรียนการสอนใช้ภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด อาจารย์ผู้สอนภาษาญี่ปุ่นจบการศึกษาด้านการสอนภาษาญี่ปุ่นสำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ค่าเรียนราคาไม่แตกต่างกัน ภาษาถือว่าเป็นทักษะ ยิ่งเรียน และยิ่งได้ใช้งานก็ยิ่งเก่ง ดังนั้นการเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่นจะทำให้พัฒนาการทางด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตประจำวันบังคับให้ต้องใช้ภาษาอยู่เสมอ
ดังนั้นการเรียนภาษาญี่ปุ่นในเมืองไทย 1 ปี อาจจะมีพัฒนาการทางภาษาไม่เท่ากับการเรียนภาษาที่ประเทศญี่ปุ่นแค่เพียง 3 เดือนสิ่งที่ต่างกันระหว่างการเรียนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนสอนภาษา (ที่รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่น) กับการเรียนหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยเอกชน คือ
สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นของเอกชน เป็นสถาบันที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อสอนภาษาญี่ปุ่นให้แก่ชาวต่างชาติโดยเฉพาะ โดยมีสมาคมส่งเสริมการศึกษาภาษาญี่ปุ่น (Association for the Promotion of Japanese LanguageEducation) ทำหน้าที่คอยตรวจสอบและประเมินผลสถาบันสอนภาษาทุกๆ3 ปี เพื่อควบคุมมาตรฐานการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่นักเรียน
หลักสูตรที่เปิดสอนนอกจากหลักสูตร
ภาษาญี่ปุ่นทั่วไปแล้ว บางสถาบันยังมี
หลักสูตรเพื่อ เตรียมศึกษาต่อในสถาบัน
ระดับสูงโดยระยะเวลาในการศึกษาจะเริ่ม
ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี หรือบางสถาบัน
อาจจะมีชั่วโมงที่ติวให้เป็นพิเศษสำหรับ
นักเรียนจากประเทศที่ไม่ได้ใช้ตัวอักษร
คันจิ เช่น ประเทศไทย นอกจากนี้ยังมี
หลักสูตรระยะสั้น คือ 1-3 เดือน, หลักสูตร
ส่วนตัว, หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ
หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นสำหรับนักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัยเอกชน หลักสูตรนี้จะเป็นหลักสูตร ที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยสำหรับนักศึกษาต่างชาติ จุดประสงค์หลักของหลักสูตรนี้คือ ต้องการสอน ภาษา และวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้แก่ชาวต่างชาติที่สนใจ และเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่นักศึกษา ต่างชาติที่ต้องการจะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น
นักเรียนที่เลือกเรียนที่นี่จะรู้สึกสะดวกสบายในเรื่องการรับทราบข้อมูลในการสมัครเรียนต่อได้ อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาในการเรียนตลอดหลักสูตรนี้ 1 ปี นักศึกษาจะได้รับสถานภาพการพำนักประเภท นักศึกษาก่อนมหาวิทยาลัย (Pre-College Student Visa)
ส่วนเรื่องการยื่นเอกสารเพื่อสมัครเข้าเรียน ก็จะต้องติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยนั้นๆ โดยตรง ภายในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งปกติแล้วจะปิดรับสมัครเร็วกว่าสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นของเอกชน สำหรับการรับและพิจารณาเอกสาร ก็จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทางมหาวิทยาลัยเป็นหลัก |