“ตุรกี” ประเทศสองทวีป
     
วงการการท่องเที่ยวทั่วโลกต้องตะลึงและแปลกใจกันสุดๆ เมื่อตุรกีสร้างสถิติใหม่พบว่า นักท่องเที่ยวอเมริกันหันมาเที่ยวตุรกีในปีที่ผ่านมาสูงกว่าที่เคยเป็นกว่า 5 แสนคน มาเที่ยวแหล่งประวัติศาสตร์สองโลก อาหรับและยุโรป
      แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวกว่า 20 ล้านคน เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศตุรกี ประเทศที่มีอารยธรรมผสมผสานกันระหว่างตะวันออกและตะวันตกหรือยุโรปกับมุสลิม ตุรกีจึงเป็นหนึ่งในสิบอันดับประเทศที่น่าท่องเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
      ถ้าชาวอเมริกันให้ความสนใจและเดินทางมาเที่ยวที่นี่ได้ ก็แสดงว่าที่นี่มีความปลอดภัยในด้านชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งๆ ที่อยู่ในภาวะที่ไม่ปกติจากการก่อการร้ายนัก และยังให้ความสนใจเดินทางไปท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม แหล่งโบราณสถานในประวัติศาสตร์ของประเทศมุสลิมมากขึ้นด้วย
      นั่นเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่อภาวะการท่องเที่ยวตุรกีเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวต้องการเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนมากขึ้น เป็นที่คาดการณ์ว่า แนวโน้มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทาง “ผ่าน” และ “เที่ยว” ตุรกีในปีนี้เพิ่มขึ้นอีก ชาวมุสลิมตุรกีแตกต่างจากชาวมุสลิมทั่วไป ชาวตุรกีมีความทันสมัยมากขึ้น ผู้หญิงหรือผู้ชายไม่จำเป็นต้องใช้ “ฮิญาบ” หรือผ้าคลุมศีรษะขณะที่ไปทำงาน หรือเด็กๆ จะไปโรงเรียนก็ไม่จำเป็นต้องแต่งกายแบบอาหรับแล้ว เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับ


      นโยบายของตุรกี ไม่เพียงแต่จะเป็น มิตรกับกลุ่มประเทศอาหรับ แต่ยังเป็นพันธมิตรได้กับอิสราเอลด้วย จึงพบเห็นชาวอิสราเอลในเมืองทั่วไปแต่ละเมืองมีความเรียบง่ายแบบเอเชีย แต่ก็มีความทันสมัยเป็นชุมชนเมืองนานาชาติรวมอยู่ ถึงวันนี้หลายคนบอกว่าตุรกีเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว
      สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ “สุเหร่าสีน้ำเงิน” (Blue Mosque) สุเหร่าแห่งนี้มีหอมินาเรสท์ 6 หอ แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1616 หรือกว่า 380 ปีมาแล้ว รอบๆ แกรนด์บาซาร์ยังมี “พระราชวังทอปกาปี” เคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมัน ปัจจุบันจัดให้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
      ตุรกีมีอีกโลกที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ ย้อนยุคไปสู่โลกของชาวโรมันยุคที่รุ่งเรืองและขยายอาณาจักรครองโลกมาถึงที่นี่ ในอดีตพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander theGreat) ได้เคยนำกองทัพกรีกอันยิ่งใหญ่ขึ้นฝั่งที่เมืองรอบเมืองท่าอีสเมียร์
      นครโบราณเอฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่งเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา “เอฟิซุส” ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน ถนนสร้างด้วยหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว
      กรุงทรอยหรือโทรจัน ในตำนานของกวีตาบอดเจ้าของมหากาพย์อีเลียดและโอดิสซีที่ชื่อว่า “โฮมเมอร์” เกี่ยวกับตำนานของ “เฮเลนแห่งกรุงทรอย” ต้นเหตุสงครามแห่งกรุงทรอยกองทัพกรีก ต้องลงเรือมุ่งสู่กรุงทรอยเพื่อแย่งชิงเธอกลับมา ที่นี่จึงเป็นเมืองม้าไม้แห่งกรุงทรอยอันโด่งดัง อาวุธอันชาญฉลาดเหตุให้กรุงทรอยแตก
      ปามุคคาเล่ (Pamukkale) เป็นเมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาวซึ่งมีความงดงามมาก
      คัปปาโดเกีย (Cappadocia) เมืองที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม
      ยังมี นครใต้ดิน (Underground City Of Derinkuyu Or Kaymakli) ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนจากการรุกรานของข้าศึก
      ความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมโรมัน-กรีกที่ ยังคงอนุรักษ์ไว้อยู่ที่นี่ ท่ามกลางโลกของมุสลิม...

โบสถ์เซนโซเฟีย