สิงคโปร์ (Singapore)
     สิงคโปร์ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดนิ่งที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ความแปลกใหม่กำลังเกิดขึ้นอีกเร็วๆ นี้ คือ โครงการ “Marina Bay Sands” บริเวณ Marina Bay ให้เป็นแหล่งบันเทิงระดับโลก มีโรงละครขนาดใหญ่กว่า 2,000 ที่นั่ง ร้านแบรนด์เนม ภัตตาคารหรูและร้านอาหารลอยน้ำ
     “กาสิโน” เป็นก้าวสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นที่นี่โดยเฉพาะชาวต่างชาติเข้าไปเที่ยวได้ฟรี เพียงโชว์หนังสือเดินทาง แต่ถ้าคนภายในประเทศจะเข้าไปต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 1,000 ดอลลาร์
     สิงคโปร์ได้วางแผนไว้จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงภายใน 10 ปี
     เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ สิงคโปร์ได้ลงทุนสร้างเครื่องเล่นใหม่เลียนแบบ “ลอนดอน อายส์” ของอังกฤษ และอีกสองปีข้างหน้านี้ กาสิโน ใหญ่ที่มารินาเบย์ก็จะเสร็จตามนโยบายที่วางไว้ เพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอีกอย่างมหาศาล
     กระทรวงการต่างประเทศของไทย มีรายงานถึงความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวว่า สิงคโปร์พยายามที่จะปรับปรุงและลงทุนสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ ด้วยความที่มีทรัพยากรธรรมชาติจำกัด จึงสร้างแหล่งท่องเที่ยวขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด
     รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดสรรงบประมาณในมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ใน 10 ปีข้างหน้า (Tourism Master Plan 2015) เพื่อ ให้สิงคโปร์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในภูมิภาคและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจาก 8 ล้านคน ในปี 2547 เป็น 17 ล้านคนในปี 2558 และรายได้จาก 10 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์เป็น 30 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์

     รัฐบาลสิงคโปร์ตัดสินใจที่จะสร้างบ่อนการพนันในรูปแบบของIntegrated Resort-IR จำนวน 2 แห่ง ที่บริเวณอ่าว Marinaซึ่งใกล้กับย่านธุรกิจและบนเกาะ Sentosa ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2552
     รายงานการศึกษาของบริษัท Merrill Lynch ระบุว่าบ่อนการพนัน 2 แห่งดังกล่าว จะสร้างรายได้ให้สิงคโปร์ประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ประเมินว่าจะช่วยให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 10




     การรณรงค์การท่องเที่ยวโดยเน้น จุดเด่นของสิงคโปร์ในการเป็นสังคมที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม “Uniquely Singapore”
     ย่านใจกลางเมืองสิงคโปร์เป็นที่ตั้งของโรงละครทั้งเล็กและใหญ่ ซึ่งจัดการแสดงละครท้องถิ่น ละครเพลง บัลเลต์ รวมทั้งการแสดงระดับสากลด้วย เช่น โรงละครวิคตอเรีย (The Victoria Theatre), เดอะ ซับสเตชั่น (The Substation), เดอะ แบล็คบ๊อกซ์ (The Blackbox), สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดี้ยม (Singapore Indoor Stadium), หอประชุม จูบิลี (Jubilee Hall) และโรงละครริมน้ำ เอสพลานาด (Esplanade-Theatres on the Bay)
     สถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมกันมากคือ บริเวณ Marina Bay, ปากแม่น้ำสิงคโปร์
ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมอร์ไลออน (Merlion) และสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำริมน้ำ คือ Clarke Quay, Boat Quay, ไชน่าทาวน์ (China Town), Little India และถนนช็อปปิ้ง Orchard
     ส่วนนอกเมืองก็มีแหล่งท่องเที่ยวอยู่โดยรอบ ใช้วิธีเดินทางโดยรถไฟ MRT และ รถประจำทาง คือ เกาะเซนโตซา (Sentosa Island) บริเวณ Harbour Front, สวนสัตว์กลางคืน (Night Safari), และสวนนกจูร่ง (Jurong Birdpark)


    “สิงคโปร์” มีพื้นที่เท่ากับเกาะภูเก็ต ประมาณ 682.7 ตร.กม. แต่สร้างรายได้ประชาชาติสูงสุดติดระดับโลก 117,083 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
    รัฐบาลสิงคโปร์เน้นสร้าง “คุณภาพคน” โดยเน้นคุณภาพการศึกษาและความรู้เป็น พื้นฐานให้คนสิงคโปร์ทั้งชายและหญิงเป็นคน “เก่ง” แต่ก็ต้องประสบปัญหาด้านสังคม เมื่อพบว่าอัตราการเติบโตของประชากรทั้งหญิงและชาย ลดลง ไม่ยอมแต่งงานยินดีที่จะอยู่เป็น “โสด” และทำงานเลี้ยงตัวเองอย่างเท่าเทียมกัน
    รัฐบาลต้องรับภาระหนักอีกบทบาทหนึ่งในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา คือการเป็น “รัฐบาลแม่สื่อ” สร้างบรรยากาศให้คนสิงคโปร์ เกิดอารมณ์ “รักกัน” ให้ได้...เพื่อชาติ
    ประชากร ประมาณ 4.35 ล้านคน หนาแน่นที่สุดในโลก ส่วนใหญ่อยู่ในแฟลตของรัฐบาล
    เชื้อชาติ ชาวจีน 76.5% ชาวมาเลย์ 13.8% ชาวอินเดีย 8.1% และอื่นๆ 1.6%
    ภาษา ภาษาอังกฤษ มาเลย์ จีนกลางเป็นภาษาราชการ แต่ร้องเพลงชาติภาษามาเลย์
    สภาพอากาศ สิงคโปร์มีอากาศอบอุ่นชื้นตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 24-31 องศาเซลเซียส ชุดที่สวมใส่ประจำวันควรเป็นเสื้อผ้าสำหรับฤดูร้อนที่เบาสบายและทำจากเส้นใยธรรมชาติอย่างผ้าฝ้าย
    เงินตรา สกุลดอลลาร์สิงคโปร์ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 22.7 บาท (สิงหาคม 2550) เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ และออสเตรเลีย สกุลเงินเยนและปอนด์อังกฤษ ก็เป็นที่ยอมรับตามห้างสรรพสินค้าเกือบทุกแห่ง แลกเปลี่ยนเงินตรา นอกจากธนาคารและโรงแรมแล้ว สามารถแลกเงินได้ตามร้านค้าที่มีเครื่องหมาย “Licensed Money Changer”

    น้ำดื่ม คุณสามารถดื่มน้ำจากก๊อกน้ำประปาในสิงคโปร์ได้อย่างปลอดภัย โทรศัพท์ รหัสทางไกล +65 โทรศัพท์มือถือมีเครือข่าย 2 ระบบ คือ GSM900 และ GSM1800 ส่วนโทรศัพท์สาธารณะใช้บัตรเครดิตหรือบัตรโทรศัพท์ก็ได้ โทรได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
    การให้ทิป ไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติ
ของโรงแรมและร้านอาหารส่วนใหญ่ในสิงคโปร์ เนื่องจากสถานที่เหล่านี้ได้เก็บค่าบริการไปแล้ว 10% ในบิลของลูกค้า
    ห้ามเด็ดขาด สิงคโปร์มีกฎหมายเคร่งครัดในเรื่องระเบียบวินัย เช่น การถ่มน้ำลาย คนไทยที่ทำตัวสบายๆ จนชินต้องระวังห้ามถ่มน้ำลายในที่สาธารณะ การทิ้งขยะ กฎจราจร การข้ามถนน การสูบบุหรี่ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นเงิน 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ยกเว้นสถานที่เที่ยวกลางคืน ที่สำคัญห้ามเคี้ยวหมากฝรั่ง

ไฟฟ้าและปลั๊กไฟ
    ไฟฟ้า ไฟฟ้ากระแสสลับ 220-240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ โรงแรมส่วนใหญ่มีบริการเครื่องแปลงไฟเพื่อใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดแรงดันอื่นๆ ใช้ปลั๊กไฟแบบ 3 ขาสี่เหลี่ยมจัตุรัส

กรณีฉุกเฉิน...ติดต่อ
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
Royal Thai Embassy
370 Orchard Road, Singapore 238870
โทรศัพท์ (65) 6737-2644, 6737-2158
โทรสาร (65) 6732-0778, 6835-4991
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
โทรศัพท์ 0-2575-1046-51
โทรสาร 0-2575-1052