มาเลเซีย (Malaysia)
     ผู้ที่ไปมาเลเซียมาแล้ว มักจะพูดว่า “ถ้าไม่มีเก็นติ้งไฮแลนด์ นั่งกระเช้าลอยฟ้า ขึ้นไปเล่นกาสิโนบนยอดเขาแล้ว มาเลเซีย ก็ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ” มาปีนี้มาเลเซียพลิกโฉมสร้างจุดขายใหม่ดึงนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชายหาด ดำน้ำ ชมธรรมชาติ ช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมลดราคา
     มาเลเซียกำหนดให้ปีนี้เป็น “ปีท่องเที่ยวมาเลเซีย 2007”
รัฐบาลทุ่มลงทุนมหาศาล เพื่อสร้างเมืองที่ทันสมัยให้เป็น “จุดขาย” พร้อมกับส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ชายหาด เกาะแก่งที่สวยงาม การเที่ยวแบบผจญภัย และการดำน้ำทะเลลึก
     เพื่อรองรับปีท่องเที่ยวที่จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 50 ปี ที่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร
     ตลอดระยะเวลา 41 ปี จุดเด่นของการท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะไปมาเลเซีย อยู่ที่เมืองตากอากาศเก็นติ้งไฮแลนด์ สถานกาสิโนระดับชาติที่อยู่บนยอดเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 6,000 ฟิต มีเครื่องเล่นเสี่ยงโชคต่างๆ และพบกับความตื่นเต้นในการนั่งกระเช้าลอยฟ้าระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ไปหรือกลับเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อเสี่ยงโชค
     แม้วงการท่องเที่ยวจะมีการประเมินว่า การท่องเที่ยวเส้นทางจีนแผ่นดินใหญ่จะเป็นเส้นทางที่เติบโตที่สุดในอนาคต เพราะมีความหลากหลายมาก ค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่าเส้นทางอื่นมาก

     แต่มาเลเซียก็ได้พยายามสร้างจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เช่นกันกับสิงคโปร์ที่
ทรัพยากรธรรมชาติไม่เอื้ออำนวย ไม่หลากหลายจึงต้องกำหนดนโยบายลงทุน “สร้างแหล่งท่องเที่ยว” ด้วยเงินงบประมาณไว้สำหรับดึงดูดนักท่องเที่ยว ในหลายรูปแบบ

     สถานที่ท่องเที่ยวในมาเลเซียที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมไปมากที่สุดเห็นจะเป็นการเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ถ่ายรูปกับหอคอยสูงเสียดฟ้า เคแอล ทาวเวอร์ ที่มีความสูงอันดับ 4 ของโลก และยังมีตึกแฝดทวิน ทาวเวอร์ ที่สูงที่สุดในโลก 451 เมตร และอนุสาวรีย์ทหารอาสา
     มาเลเซียพยายามส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ด้วยการนำชม “เมืองหลวงใหม่ปุตราจายา” เมืองราชการที่ตั้งที่ทำการของรัฐบาลและกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ที่ตั้งรัฐสภา ที่ทำการนายกรัฐมนตรี มัสยิดสีชมพูสวยงามและยิ่งใหญ่
     พร้อมๆ กับการสร้างเทศกาลในแหล่งเที่ยวช็อปปิ้ง มีการลดราคาสินค้าแบรนด์เนม แบบลดกระหน่ำในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี
     แม้การท่องเที่ยวจะไม่สนุกตื่นเต้น แต่ทีี่รู้สึกได้ในใจระหว่างทัวร์ที่นี่ก็คือ มาเลเซียมีระเบียบก้าวหน้ามากกว่าไทยหลายช่วงก้าว...

     ปุตราจายา เป็นเมืองที่ ตุน ดร.มหาเธร์ บิน โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ตั้งใจไว้ว่า จะสร้างให้เป็นนครที่มีลักษณะแห่งสปิริตของมาเลเซียอย่างสมบูรณ์ที่สุดภายในศตวรรษที่ 21 นี้ ปุตราจายา จะเป็นสัญลักษณ์แห่งความปรารถนาของประเทศชาติ
     เมืองปุตราจายา มีความสำคัญที่สุดในฐานะเป็นศูนย์บริหารรัฐบาล หรือ อี-กอฟเวอร์เม้นท์ ที่ตั้งอาคารสำนักนายกรัฐมนตรีหรือ เปอร์ตานาปุตรา ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สูงตระหง่านมองเห็นทิวทัศน์ไป ทั่วทั้งเมือง อาคารนี้จะเป็นที่ทำการของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีชั้นสูง ตั้งอยู่เหนือทะเลสาบ อาคารตึกมีหลังคาสีเขียว ห้อมล้อมโดมที่ทำด้วยหินโมเสกมันวาว
     เมืองนี้ทำให้นึกถึงนโยบายย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพฯ ไปนครนายก
     จุดเด่นที่น่าชมของเมืองเห็นจะเป็น มัสยิดหินอ่อนสีชมพู มีขนาดใหญ่และอลังการมาก มีโดมสีชมพู สร้างด้วยหินแกรนิตสีกุหลาบ บรรจุผู้มาสวดได้พร้อมกันถึง 15,000 คน
     นักท่องเที่ยวไทยผู้หนึ่งได้บันทึกไว้เมื่อเข้าไปชมมัสยิดแห่งนี้ว่า “ข้างใต้มัสยิดนี้ มีชั้นใต้ดินอีก 3 ชั้นด้วยกัน และมีห้องอาบน้ำ เพื่อเข้าทำพิธีทางศาสนา ร้านอาหารอยู่ด้านหน้า มัสยิดนี้จะมีวงเวียนขนาดใหญ่มีธงของรัฐต่างๆ ในประเทศตั้งอยู่และมองเห็นอาคารรัฐสภาตั้งเด่นตระหง่านอย่างชัดเจน ส่วนอีกด้านจะเป็นแม่น้ำมีบริการล่องเรือด้วย
    
 เมื่อล่องเรือเสร็จก็เดินทางต่อไปที่กัวลาลัมเปอร์ มองเห็นตึกเปโตรนาสกับหอสูงเคแอลยามค่ำคืนสวยงามมาก
     ผมขึ้นไปที่ตึกที่สูงที่สุดในโลก ขึ้นชมชั้นที่ 41 หรือ 42 เท่านั้น เพราะไม่อนุญาตให้ขึ้นไปชั้นอื่น เนื่องจากที่นี่มีออฟฟิศและสำนักงานอยู่ด้วยหลายบริษัท ชั้น 41-42 คือตรงสะพานระหว่างตึกนั่นแหละครับ”
     รัฐบาลมาเลเซียได้พยายามสร้างทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อมมูลสำหรับนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจที่เดินทางมา เมื่อมีเวลาว่างต้องการจะหาซื้อเครื่องปั้นดินเผา เครื่องเคลือบหรือมองหาสิ่งของบางอย่างที่แตกต่างแต่สวยงามก็เชิญไปที่ศูนย์ช็อปปิ้ง ซุค แอนจุง และลาไน “ซุค” เป็นคำเปอร์เซีย หมายถึงถนนเล็กๆ หรือร้านค้าเล็กๆ ที่เลียนแบบบาอะซาส์ชื่อดังของตะวันออกกลาง เป็นหลักการใหม่ของที่นี่และมีลักษณะเลียนแบบของแท้ดั้งเดิมไว้ด้วย
     ผู้ที่มาเยือนจะได้เดินชมสินค้าที่นำออกมาแสดงผสมกับสีสันฉูดฉาดรอบด้าน ร้านค้าที่นี่มีกว่า 50 ร้าน จำหน่ายสินค้าประเภทของขวัญของกำนัล เสื้อผ้า เครื่องประดับ และร้านอาหาร


    ข้อควรระวังที่สุด ผู้ที่มียาเสพติดหรืออาวุธไว้ในครอบครอง มีโทษประหารชีวิตสถานเดียว ไม่มีการลดหย่อน
    การเดินทางไปเที่ยวมาเลเซียนั้น ไปได้ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ และทางรถไฟ ไม่ต้องขอวีซ่ามีพาสปอร์ตก็ไปได้เลย อยู่ได้ 30 วัน
    อุณหภูมิ เฉลี่ยประมาณ 21-32 องศาเซลเซียส อากาศที่เก็นติ้งไฮแลนด์ ไร่ชาคาเมรอน อากาศจะหนาวคล้ายๆ กับไปเชียงใหม่ ถ้าไปคาเมรอน ทางจะวิบากโค้งตลอดทาง เพราะเป็นทางขึ้นเขา เตรียมยาแก้เมารถไปเยอะๆ
    เมืองหลวง กรุงกัวลาลัมเปอร์
    เมืองราชการ เมืองปุตราจายา
    ศาสนา ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ก็มีผู้นับถือศาสนาพุทธ คริสต์ ลัทธิเต๋า ฮินดูหรือซิกข์ อยู่ทั่วไป
    ภาษา ภาษามาเลเซียเป็นภาษาราชการ ภาษาอังกฤษมีใช้กันอย่างแพร่หลาย ถ้าจะทำธุรกิจหรือซื้อสินค้าภาษาจีน แต้จิ๋ว ก็ใช้ได้
    การแต่งกาย นักท่องเที่ยวต้องแต่งกายให้เหมาะสม หากจะเข้าชมมัสยิดหรือวัด สำหรับสตรีควรแต่งกายสุภาพ กระโปรงยาวคลุมเข่า ห้ามใส่เสื้อทีเชิ้ต เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ และรองเท้าโปร่ง ผู้เยือนชาย ควรใส่เสื้อมีปก และกางเกงขายาว ผู้เยือนหญิง ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่เปิดมากเกินไป
    การเข้าชมมัสยิด ต้องแต่งกายให้เหมาะสม เสื้อคลุมและผ้าคลุมศีรษะ มีไว้บริการสำหรับสตรี และกฎหมายอิสลาม สตรีที่มีประจำเดือน ไม่อนุญาตให้เข้าได้
    ห้ามนำกระเป๋า กล้องถ่ายรูป และกล้องวิดีโอ เข้าไปในที่ทำงานและที่พักของนายกรัฐมนตรี

    คนที่ไม่ใช่ชาวมาเลเซีย จะต้องแสดงหนังสือเดินทางตอนเข้าประตู
    แนะนำอย่าเผลอไปถ่มน้ำลายหรือทำสกปรกทิ้งก้นบุหรี่ที่เมืองนี้ ระเบียบจัดกฎหมายก็เคร่งครัดมาก
    เงินตรา สกุลริงกิต 1 ริงกิต ประมาณ 11 บาทไทย (สิงหาคม 2550)
    การเดินทาง เข้ารัฐกลันตันสามารถขับรถยนต์เข้าทางด่านสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ได้ในช่วงเวลา 05.00-21.00 น. หรือทางด่านตากใบ ตั้งแต่เวลา 05.00-18.00 น.
    ทั้งนี้ยานพาหนะที่ขับเข้ามาเลเซียต้องมีประกัน พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
    ขอย้ำ...ถ้าเรียกแท็กซี่ต้องต่อรอง ให้เรียกแท็กซี่มิเตอร์เท่านั้น ถ้าอยู่ในเมือง ถ้าไปนอกเมือง “ราคาจะสูงมาก”

ไฟฟ้าและปลั๊กไฟ
    ใช้กระแสไฟฟ้า 240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ใช้ปลั๊กไฟแบบ 3 ขาแบน

กรณีฉุกเฉิน...ติดต่อ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
Royal Thai Embassy - Kuala Lumpur
206 Jalan Ampang 50450 Kuala Lumpur
โทรศัพท์ (60) (3) 2148-8222, 2148-8350, 2148-8420
โทรสาร (60) (3) 2148-6527, 2148-6615
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
โทรศัพท์ 0-2575-1046-51
โทรสาร 0-2575-1052