อังกฤษ (England)
      ความรู้สึกของคนไทย การเดินทางไปประเทศอังกฤษ หมายถึง การเดินทางไปต่างประเทศจริงๆ เพราะถือเป็นประเทศที่ “คลาสสิก” ในความรู้สึกของคนไทย ถ้าบอกว่าไปเมืองนอกล่ะก็ หมายถึง อังกฤษ เท่านั้น
      อังกฤษเป็นที่รู้กันว่าเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่คนไทยคุ้นเคย ในแต่ละปีมีคนไทยเดินทางไปปีละ 7-8 แสนราย ส่วนใหญ่ไปเพื่อศึกษาเล่าเรียนในระดับต่างๆ และจะมีกลุ่มญาติพี่น้องที่ถือโอกาสที่ลูกหลานเรียนอยู่เดินทางไปเที่ยว โดยใช้คำว่า “เยี่ยมลูก” ในช่วงปิดเทอม หรือไปร่วมพิธีสำเร็จการศึกษา หรือไปเที่ยวแบบธุรกิจ...

      มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด สามารถไปเที่ยวดูแหล่งความรู้ได้ เพราะมหาวิทยาลัยตั้งมาถึง
1 พันกว่าปี มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายหรือหากไปที่เคมบริดจ์ก็ไปดูแหล่งวรรณคดี และบ้านเกิดของเชคสเปียร์
      “สกอตแลนด์”ก็เป็นเมืองแห่งปราสาทราชวัง ที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงามเกินบรรยายในกลิ่นอายแบบอังกฤษอย่างแท้จริง
      นักท่องเที่ยวส่วนมากจะเดินทางไปเที่ยวกรุงลอนดอนเป็นเป้าหมายแรก เพราะมีวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีภาษาถึง 300 ภาษา จุดเด่นคือมีสวนสาธารณะจำนวนมากและสวยงาม ใครได้ดูหนังที่นักแสดงได้รางวัลออสการ์เรื่อง “The Queen” จะประทับใจแล้วคงต้องไปชมสวน “Kensington” หน้าพระราชวังเจ้าหญิงไดอานาให้ได้
      ด้านพิพิธภัณฑ์ “บริติช มิวเซียม” ก็มีสิ่งน่าสนใจหรือจะแวะแกลเลอรีดูภาพของศิลปินชื่อก้องโลกอย่าง “ลีโอนาร์โด ดาวินชี” ก็ได้ สิ่งที่มีชื่อเสียงมากสำหรับลอนดอนอีกส่วนหนึ่ง คือ “มิวสิคเคิล” ละครเวทีที่เป็นที่กล่าวขาน ใครไปลอนดอนแล้วก็ยากที่จะพลาดได้
      ทางด้านของกีฬา อังกฤษเป็นต้นกำเนิดของกีฬาที่ได้รับความนิยมระดับโลกอย่างเทนนิส วิมเบอร์ดัน และกอล์ฟที่หลายๆ คนรู้จักนักกีฬาชื่อ “ไทเกอร์ วู้ด” สัญชาติไทย-อเมริกันก็ถือกำเนิดขึ้นในอังกฤษนี่เอง





      อีกสถานที่ที่คนไทยน่าจะได้แวะเวียนไป ก็คือ วัดไทยในลอนดอนและร้านอาหารไทยชื่อดัง “โฟร์ซีซั่น” ที่ต้องเข้าคิวกินเป็ดย่าง
      ลอนดอนมีร้านค้าให้ช็อปได้เลือกสรรสินค้ามากกว่า 30,000 ร้าน ที่มีชื่อเสียงด้านแฟชั่นเลื่องลือไปทั่วโลก นักช็อปทั้งหลายจะไม่ผิดหวังเลย เมื่อได้มาเยือนมหานครลอนดอน นับตั้งแต่ร้านขายสินค้าแบรนด์เนมของดีไซเนอร์ชื่อดังบริเวณถนนบอนด์ สตรีท ไปจนถึงตลาดนัดที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในแถบแคมเดน น็อตติ้ง ฮิลล์ และบริก เลนด์
      เมืองหลวงแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของฮอลล์แสดงดนตรีถึง 400 แห่ง สำหรับเปิดการแสดง ดนตรีทุกประเภทนับตั้งแต่ละครเพลงโอเปร่าไปจนถึงเพลงป๊อป ทั้งยังมีการแข่งขันกีฬาที่น่าตื่นเต้นสำหรับคอกีฬาทั้งหลายด้วย ในช่วงหน้าร้อนจะมีการแสดงมหรสพงานดนตรีคลาสสิกนั่นคือ เดอะ พร็อมส์ ที่เปิดแสดงทุกปีที่โรยัล อัลเบิร์ต ฮอลล์
      ในช่วงศตวรรษที่ 21 ลอนดอนมีการปรับปรุงเมืองขนานใหญ่ ทำให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ มากมายที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชม เช่น “บริติช แอร์เวย์ ลอนดอน อายส์” ที่ทันสมัย “เททต์ โมเดิร์น” ซึ่งเป็นแกลเลอรีแสดงผลงานศิลปะที่ทันสมัยและน่าเข้าชมที่สุดในโลก รวมถึง “บริติช มิวเซียม” “เกรท คอร์ท” ที่กว้างขวาง ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ เช่น พิพิธภัณฑ์อาวุธสงครามในวูลลิช และพิพิธภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดใหม่ในด็อกท์แลนด์ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
      ยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้เลือกชมมากมายถึง 130 แห่งนับตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่าง “ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน” “มาริไทม์ กรีนิช” มรดกโลกที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเทมส์ และมี ชื่อเสียงในฐานะเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์เนชันแนล มาริไทม์ มิวเซียม และหอดูดาวโรยัล ออฟเซิฟทอรี่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเวลามาตรฐานกรีนิช
      “น็อตติ้ง ฮิลล์” แม้ ฮิวจ์ แกรนท์ จะแสดงนำในภาพยนตร์ แต่ฉากที่โดดเด่นที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ เห็นจะเป็นภาพของถนนพอร์ท เทอเบลโล ซึ่งมีตลาดที่ขายของเกือบทุกชนิด นับตั้งแต่สมุดไปจนถึงของกระจุกกระจิกเล็กๆ น้อยๆ หรือจากเฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงสินค้าแฟชั่นและอาหารที่หลากหลาย

      ตลาดนัดจำหน่ายของเก่าในวันอาทิตย์ ของที่นี่ จัดเป็นตลาดของเก่าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ของยุโรปและจอแจไปด้วยผู้คนจำนวนมาก มีพ่อค้าแม่ค้าถึงกว่า 1,500 ราย สินค้าส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับและเครื่องเงิน นอกจากนั้นยังมีภาพวาด ขวดน้ำหอม เครื่องเคลือบ โปสเตอร์ และสินค้าอื่นๆ อีก มากมาย
      แหล่งช็อปปิ้งที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของ นักช็อปคงจะเป็นย่านออกซ์ฟอร์ด สตรีท รีเจนท์ สตรีทและบอนด์ สตรีท ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เซลฟริดเจสและมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ นอกจากนั้นยังมีร้านสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังนับตั้งแต่สเตลลา แมคคาร์ทนีย์ไปจนถึงเบอร์เบอรี่
      บริเวณใจกลางของเวสท์ เอนด์ เป็นที่ตั้งของ “จัตุรัส ทาฟัลการ์” ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่นาทีเพื่อไปยังโซโห ซึ่งเป็นศูนย์กลางความบันเทิงกลางเมือง มีทั้งผับ คลับ บาร์และภัตตาคารตั้งอยู่ มากมาย สวนไฮปาร์ค และสวนเคนซิงตัน จัดเป็นพื้นที่สีเขียวที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางกรุงและเป็นที่ที่ชาวลอนดอนนิยมเข้ามาพักผ่อน
      โรงแรมชื่อดังและหรูหราของลอนดอนส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่ย่านเวสท์ เอนด์ ตลอดปาร์ค เลนไปจนถึงเมย์แฟร์ ส่วนที่สถานีรถไฟวิคตอเรียซึ่งเป็นสถานีหลักของลอนดอนก็มีโรงแรมตั้งอยู่ นอกจากนี้ยังมีพระราชวังบักกิ้งแฮมอยู่ในบริเวณนี้ด้วย
      การช็อปที่ลอนดอนจะสนุกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับฐานะการเงิน ต้องยอมรับว่าค่าเงินของยุโรปแพงมาก ยิ่งคิดเทียบกับเงินบาท ค่าครองชีพบ้านเราคงช็อปได้แต่เพียงสินค้า “แบรนด์ เนม” ระดับล่าง หรือที่เรียกว่า “ก๊อบ” จากจีน เกาหลี เวียดนาม หรือไทย
      ถ้าชอบของเนี้ยบ “แบรนด์เนม” ของแท้ คุณภาพดี การได้ไปช็อปที่กรุงลอนดอนและกรุงปารีส ผู้ช็อปจะได้อารมณ์การช็อปที่สนุกกว่าที่ไหนๆ ในโลก สินค้าแบรนด์เนมคุณภาพเยี่ยมมีให้เลือกสรรมากมายตามความพอใจ ถ้าไม่เกรงใจกระเป๋าที่จะแพ็คกลับบ้าน
      มีห้างร้านชื่อดังให้เข้าไปเลือกชมสินค้าอย่าง Fortnum and Mason ในลอนดอนหรืออย่าง Victorian Leeds, Michael Marks แขวนป้ายไว้เลยว่า “อย่าถามราคาเด็ดขาด ถูกแน่” และอย่าง Marks & Spencer ของอังกฤษที่คนทุกระดับเข้าไปจับจ่ายซื้อของได้ทุกวัน
      ที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็นการได้ไปช็อปที่ แฮร์รอดส์แห่งลอนดอน (London Harrods) ได้ไปซื้อถุงช็อปปิ้งก็ภูมิใจนักหนาแล้ว
      หลายเมืองที่สำคัญๆ ก็เริ่มที่จะจัดให้ “ช็อปด้วยตา” ด้วยการตกแต่งประดับประดาแสดงสินค้าหน้าร้านอย่างสวยงามอย่างที่
King Street ใน Manchester - London's Knightsbridge - Mailbox ใน Birmingham - Edinburgh ก็มีถนน George Street เป็นต้น
      แต่วันนี้ไม่ต้องไปช็อปสินค้าราคาแพงขนาดนั้นก็ไปช็อปที่ลอนดอนและปารีสได้ เมื่อการท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรหรืออังกฤษ จับมือกับการท่องเที่ยวฝรั่งเศส รู้ถึงความสุขของ นักช็อป จึงได้จัดแพ็คเกจพิเศษให้ช็อปปิ้งได้แบบปลอดภาษี และรายการลดสุดพิเศษกับสินค้าแบรนด์โปรดทั้งในอังกฤษและฝรั่งเศส


      แถมยังได้ไปเมืองแมนเชสเตอร์ ที่ไม่เพียงแต่จะมีสโมสรฟุตบอลระดับโลก แต่ยังเป็นเมืองที่กำลังกลายเป็นแหล่งช็อปปิ้งชั้นนำด้วย พร้อมๆ กับนั่งรถไฟยูโรสตาร์จากลอนดอนสู่ปารีส ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ปารีส และไปพักผ่อนที่เมืองนีซ สถานที่พักผ่อนตากอากาศชื่อดังของฝรั่งเศส ห่างจากโมนาโกเพียงครึ่งชั่วโมง
      โปรแกรมนี้ จัดเพื่อการช็อปปิ้งโดยเฉพาะเรียกว่าแพ็คเกจ “ช็อปจนหมดแรง” เพื่อให้คุณช็อปในร้านค้าที่ลดราคาเป็นพิเศษ เพื่อลดข้อกล่าวหาว่า “ของแพง”
      ร้านที่ไม่แพงก็มีให้เลือกมากมายทั้งในเมืองและนอกมือง อย่างน้ำหอมราคา 60 ปอนด์ ลดเหลือเพียง 20 ปอนด์เท่านั้น ร้านทำนองนี้ มีให้เลือก อย่างที่ Bicester Village หรือที่ Lowery Mall ที่ Manchester ก็มีรองเท้ากีฬาชั้นดีราคาถูกให้เลือก
      ร้านค้าในสหราชอาณาจักรโดยทั่วไปจะเปิดให้บริการตั้งแต่ วันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 09.00-17.30 น. ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งจะเปิดจนถึงเวลา 18.00 น. หรือ 19.00 น. และอาจเปิดดึกกว่านั้น ในวันพุธหรือวันพฤหัสบดี เปิดถึงเวลา 19.00 น. หรือ 20.00 น. ซึ่งเรียกว่า “Late Night”
      นอกจากนั้นร้านค้าขนาดใหญ่ในเมืองใหญ่ๆ จะเปิดให้บริการวันอาทิตย์ด้วย ช่วงเวลา 10.00-18.00 น.
      ทั้งนี้ เวลาเปิดปิดของแต่ละร้านอาจจะมีความแตกต่างกัน
      ในเมืองเล็กๆ หรือในหมู่บ้าน ร้านค้ามักจะปิดในช่วงบ่ายอาทิตย์ละ 1 วัน (ปกติมักจะเป็นวันพุธ) และบางร้านอาจปิดพักกลางวัน 1 ชั่วโมง
      ในเมืองใหญ่ร้านค้าบางประเภทจะเปิดทั้งวันตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ เช่น เทสโก้และเซนส์เบอร์รี่ส์
  ปี 2008 ฉลอง “ลิเวอร์พูล” เมืองแห่งวัฒนธรรม 800 ปี
      ปี 2008 เมืองลิเวอร์พูล เตรียมจัดฉลองเมืองแห่งวัฒนธรรม ที่มีอายุยืนยาวมาได้กว่า 800 ปี
การฉลองนี้ เริ่มโหมโรงแล้ว เริ่มต้นด้วยการฉลอง ความเป็นเมืองดนตรี ที่สร้างชื่อเสียงระดับโลก “เดอะ บีทเทิลส์” ที่แฟนๆ ยังคลั่งไคล้ทั่วโลก ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2550 เป็นต้นไป
      แฟนเพลง เดอะ บีท เทิลส์ ยังคลั่งไคล้ “สี่เต่าทอง” เริ่มสัปดาห์การฉลองตั้งแต่วันที่ 22-28 สิงหาคม เป็นต้นมา
ทั่วท้องถนนของเมืองลิเวอร์พูล จะเต็มไปด้วยเสียงเพลง เรื่องราวแห่งความทรงจำ และผู้ที่คลั่งไคล้เด็กหนุ่ม 4 คนจากเมือง
ลิเวอร์พูล รวมตัวกันตั้งวงดนตรี “เดอะ บีทเทิลส์” ที่โด่งดังไป
ทั่วโลก...


      ความโด่งดังได้สร้างให้เมืองลิเวอร์พูลเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เมื่อเด็กหนุ่มได้แสดงความสามารถด้านดนตรี ที่ได้รับความนิยมทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย ในขณะที่ลิเวอร์พูลก็มีชื่อเสียงโด่งดังจากทีมฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีก และระดับยุโรป ที่คนไทยต่างก็ชื่นชอบ ทีมฟุตบอลลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยุโรปมาหลายครั้ง เป็นคู่แข่งสำคัญของทีมดังของอังกฤษและยุโรปอย่างแมนเชส เตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งสองทีมนี้พบกันทีไรถนนในกรุงเทพฯ ก็เงียบสงัด แต่จะได้ยินเสียงเชียร์ของแฟนบอลทั้งสองทีมตามจุดนัดพบ
      ในงานฉลองนี้ มีวงดนตรีชื่อดังระดับโลกยุค 60 จัดแสดงดนตรีให้ชมฟรี ที่คาเวิร์นคลับ Cavern City Tours คลับที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหล่าศิลปินชื่อดัง และเคยแสดงดนตรีที่เวทีสำคัญระดับโลกนั่นคือคาเวิร์น คลับ มีตั้งแต่วง
เดอะ บีทเทิลส์ เดอะ ฮู ไปจนถึงโรลลิ่ง สโตนส์และจิมมี่ เฮนดริกซ์
“ลิเวอร์พูล” เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างกระตือรือร้น ด้วยการปรับแหล่งวัฒนธรรมอายุนับร้อยๆ ปี ไว้คอยการมาเยือน

สหราชอาณาจักร (United Kingdom) หรือที่รู้จักกันในนาม “ประเทศอังกฤษ” เป็นดินแดนที่มีภูมิประเทศเป็นทิวเขา ทะเลสาบ ป่าไม้ และชายฝั่งทะเลที่สวยงาม ชื่อทางการ “สหราชอาณาจักรบริเทนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ” (The United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland) แบ่งเป็น 4 แคว้นใหญ่ คือ อังกฤษ เวลส์ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ
      ภูมิอากาศ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูกาลใด อากาศในสหราชอาณาจักรสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกๆ วัน เอาแน่นอนไม่ได้ ในแต่ละวันอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บางวันมีถึง 4 ฤดู
      ฤดู มี 4 ฤดู ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) อากาศอบอุ่นสลับกับอากาศหนาว อุณหภูมิประมาณ 7-14 องศาเซลเซียส ฤดูหนาว (ธันวาคม-มีนาคม) ตอนกลางวันสั้นที่สุดและอากาศจะหนาวที่สุดในรอบปี (กลางวันประมาณ 7-8 ชั่วโมง) ในช่วงกลางวันอากาศแห้งและหนาวแต่ท้องฟ้าสว่าง อุณหภูมิ 1-5 องศาเซลเซียส ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) มีแดดบ้าง แต่ก็อาจหนาวและมีลมพัดแรง อุณหภูมิ 6-11 องศาเซลเซียส เดือนพฤษภาคม อากาศค่อนข้างอบอุ่น 18 องศาเซลเซียส และ ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) ส่วนใหญ่อากาศอบอุ่น ในช่วงเย็นอากาศจะเย็นลง อุณหภูมิ 14-20 องศาเซลเซียส
      ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวที่สุด คือ ช่วงเดือนกันยายน อากาศกำลังเย็นสบายเพียง 10-15 องศาเซลเซียส เท่านั้น
      เวลา เร็วกว่าไทย 7 ชั่วโมง
      น้ำประปา สหราชอาณาจักรมีระบบการทำน้ำประปาที่สะอาดมาก สามารถดื่มน้ำจากก๊อกน้ำได้ทั่วเมือง โดยไม่ต้องผ่านการกรอง
      เงินตรา สกุลปอนด์ อัตราแลกเปลี่ยน 1 ปอนด์ ประมาณ 69 บาท (สิงหาคม 2550)
      บัตรเครดิต วีซ่า มาสเตอร์การ์ด อเมริกันเอ็กซ์เพรส สามารถใช้ได้ในร้านค้าต่างๆ ในสหราชอาณาจักร
      โทรศัพท์ โทรศัพท์สาธารณะมี 2 แบบ คือ แบบหยอดเหรียญและแบบใช้บัตร หากต้องการโทรศัพท์ระหว่างประเทศในราคาถูก ควรใช้
บริการ Swiftcall โดยการซื้อรหัสที่เรียกว่า pin มีจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป
      การเตรียมตัว ต้องดูสภาพอากาศก่อนเดินทาง รองเท้าต้องเป็นแบบสวมสบายๆ เหมาะกับการเดิน เสื้อผ้าแบบที่ใส่ได้หลายๆ ชั้น แว่นกันแดด เสื้อกันฝนและร่ม


 

      ควรระวัง เก็บพาสปอร์ตกับเงินสดติดตัวไว้ตลอดเวลา...
ไฟฟ้าและปลั๊กไฟ

ไฟฟ้า ไฟฟ้ากระแส 240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ใช้ปลั๊กแบบเต้าเสียบสี่เหลี่ยมสามขาแบน อาจต้องเตรียมเครื่องแปลงกำลังไฟไปด้วย

กรณีฉุกเฉิน...ติดต่อ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน
(Royal Thai Embassy)
29-30 Queen's Gate London,
SW7 5JB
โทรศัพท์ (44171) 589-2944
โทรสาร (44171) 823-9695
www.thaiembassyuk.org.uk
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
โทรศัพท์ 0-2575-1046-51
โทรสาร 0-2575-1052