 |
|
|
|
| |
 |
 |
 |
 |
 |
สาธารณรัฐประชาชนจีน (China)
ถนนทุกสายมุ่งสู่ "ปักกิ่ง"
ทั่วโลกกำลังจับจ้องจีนแผ่นดินใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ชนชาติที่เก่าแก่ที่มีวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองในอดีตสืบเนื่องมากว่า 5,000 ปี จนเรียกได้ว่า ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่ปักกิ่งทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการกีฬา การเปิดประเทศครั้งใหม่ของจีนนี้ เชิญชวนให้ผู้คนหลั่งไหลไปเที่ยวมากขึ้นนับล้านๆคนในแต่ละปี คาดว่าอีกไม่นานจะมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวจีนในอัตราสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
"ปักกิ่ง" เมืองหลวงของจีน พัฒนาขึ้นมากเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าที่ทันสมัย ไซต์งานกระจายอยู่ทั่วไปในวงล้อมของวงแหวนที่ 5 คับคั่งด้วยรถยนต์ที่แออัด อันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วและร้อนแรง |
|
ปักกิ่งกำลังกลายเป็นจุดสนใจของชาวโลกอีกครั้งในการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกในอีกหนึ่งปีข้างหน้า ด้วยการเปิดต้อนรับขาวโลกที่จะเดินทางไปยังปักกิ่งอย่างคับคั่ง แต่ปักกิ่งก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ต้องประสบกับปัญหาสิ่งแวดล้อม "ภาวะโลกร้อน"
เมื่อช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ความแปรปรวนของอากาศโลกสร้างความยุ่งยากให้การท่องเที่ยวปักกิ่งมาก ความหนาวเย็นที่เคยมาเยือนช้ากว่าเคย ความเย็นที่ไม่พอเพียงที่จะให้แข็งพอแกะสลักน้ำแข็งได้อย่างเคยเป็นมา
ทุกอย่างต้องรอพลังธรรมชาติสร้างสรรค์ไปจนถึงอย่างน้อยกลางเดือนมกราคม กว่าจะเห็นน้ำแข็งที่แกะสลักอวดลวดลายฝีมือสลักน้ำแข็งจำลองแหล่งท่องเที่ยวของทั่วโลกพร้อมแสงสีงดงาม
ถ้าไปปักกิ่งและทนอากาศหนาวได้ ก็น่าจะไปในช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคม อากาศจะเย็นสบายหรือไม่ก็ไปช่วงต้นหนาวเดือนกันยายน-ตุลาคม อันเป็นฤดูเก็บ "แปะก๊วย" บรรยากาศจะสวยงามไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี เป็นช่วงที่มีผู้คนเดินทางไปเยือนจีนมากที่สุด
|
นครปักกิ่ง ที่คนไทยใฝ่ฝันไปให้ถึง คือ กำแพงเมืองจีน ชมวังโบราณ พระราชวังต้องห้าม "กู้กง" และจัตุรัสเทียนอันเหมิน สัญลักษณ์ของจีนยุคใหม่ สถานที่จัดพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาศพิเศษต่างๆ บันทึกภาพเพื่อเป็นที่ระลึก
จัตุรัสเทียนอันเหมิน อยู่ใจกลางกรุปปักกิ่งนับเป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
พระราชวังกู้กง (วังต้องห้าม) สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง เป็นทั้งบ้านและชีวิตของจักรพรรดิ์ในราชวงศ์หมิงและชิงรวมทั้งสิ้น 24 พระองค์
เป็นพระราชวังเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปี ชื่อในภาษาจีน "กู้กง" หมายถึง พระราชวังเดิม และมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "จื่อจิ้นเฉิง" ซึ่งแปลว่า "พระราชวังต้องห้าม"
|
|
เหตุที่เรียกพระราชวังต้องห้าม เนื่องมาจากชาวจีนถือคติในการสร้างวังว่า จักรพรรดิเปรียบเหมือนบุตรแห่งสวรรค์ ดังนั้น วังของบุตรแห่งสวรรค์จึงต้องเป็น "ที่ต้องห้าม" คนธรรมดาสามัญไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปได้..
วังฤดูร้อน หรือที่เรียกกันว่าสวนสาธารณะอี้เหอหยวนนั้น จักรพรรดิองค์หนึ่งแห่งราชวงศ์จินทรงมีพระราชโองการให้สร้างที่ประทับแรมขึ้นที่นี่เป็นครั้งแรก ต่อมาในหลายราชวงศ์มีการสร้างเสริมเติมต่อหลายครั้ง พระจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิงทรงมีพระราชโองการให้สร้างขยายอุทยานแห่งนี้ให้กว้างออกไปและทรงให้ชื่อว่า อุทยานชิงอีหยวน
อุทยานแห่งนี้ เมื่อปี 1860 ถูกทหารพันธมิตรอังกฤษ-ฝรั่งเศส เผาทำลาย ต่อมาเมื่อปี 1888 พระนางซูสีได้ใช้งบประมาณกองทัพเรือของชาติ ซึ่งเป็นเงินแท่ง 5 ล้านตำลึงมาสร้างอุทยานนี้ขึ้นใหม่ มีชื่อเลื่องลือไปทั่วโลก ก็ด้วยทิวทัศน์สวยงาม
ทั่วทั้งอุทยานจัดไว้อย่างเป็นสัดส่วนงดงามตระการตา บนพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร มีหมู่อาคารเครื่องไม้ประกอบด้วยห้องหับต่างๆ ถึง 9,999 ห้อง พระตำหนักว่าราชการ พระตำหนักชั้นในห้องบรรทมจักรพรรดิ
ที่พลาดไม่ได้ ชมห้องว่าราชการหลังมูลี่ไม้ไผ่ของพระนางซูสีไทเฮา
กำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์หนึ่งในเจ็ดของโลกยุคกลาง ที่สร้างขึ้นด้วยแรงงานของคนนับหมื่นคน มีความยาว 6,350 กิโลเมตร ก่อสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณกว่า 2,000 ปีก่อน โดยจักรพรรดิผู้รวบรวมประเทศจีนให้เป็นปึกแผ่น ตัวกำแพงสูงราว 7 เมตร กว้าง 6 เมตร ว่ากันว่าถ้านำวัตถุที่ใช้สร้างกำแพงแห่งนี้มาสร้างกำแพงที่มีความหนา 1 เมตร สูง 5 เมตร จะได้กำแพงที่มีความยาวรอบโลก
|
ชมเมืองเก่าหูถัง กรุงปักกิ่งเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีนมีประวัติกว่า 3,000 ปี
มีประวัติของชาวเมืองดั้งเดิมกล่าวว่า ไม่เข้าหูถังเหมือนไม่ได้ไปปักกิ่ง หูถังเป็นชื่อเรียก ตรอกซอกซอย สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หยวน (ราวศตวรรณที่ 13) มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน
มีวิวัฒนาการและการพัฒนามาหลายร้อยปี หูถังส่วนใหญ่หันทิศทางในแนวจากตะวันออกไปตะวันตก โดยมีความกว้างไม่เกิน 9 เมตร สิ่งปลูกสร้างในหูถัง ส่วนใหญ่เป็นบ้านจีนแบบโบราณที่เรียกว่า ซื่อเหอย่วน (Siheyuan) เป็นบ้านชั้นเดียวมีลานตรงกลาง มีห้องอยู่โดยรอบทั้ง 4 ทิศ ซื่อเหอย่วน ใหญ่เล็กต่างๆ ตั้งเรียงรายติดๆกัน
ทางเดินที่อยู่ระหว่าง ซื่อเหอย่วน ก็คือ หูถังนั่นเอง นั่งรถสามล้อชมเมืองโบราณ ประมาณ 30 นาที ชมวิถีความเป็นอยู่ของคนในสมัยโบราณ
ที่ฮิตในกลุ่มผู้รักษาสุขภาพแนวแพทย์ทางเลือกนั่นคือการได้ "อาบน้ำแร่" ที่กุ้ยหลินน้อย ข้างกำแพงเมืองจีน เพื่อการลดความเครียดและพักผ่อน
น้ำพุร้อนพุ่งมาจากระดับใต้ดินกว่า 1,000 ฟุต อุณหภูมิของน้ำอยู่ในระดับ 40 องศา เต็มไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหนังและร่างกาย น้ำก็สะอาด มีความโดดเด่นในการรักษาโรคผิวหนังและอื่นๆอีกมากมาย
ชมวัดหลิงกวง (วัดพระเขี้ยวแก้ว) เป็นวัดที่ชาวพุทธทั่วโลกนิยมมาสักการบูชา ภายในวัดมีพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งทั่วโลกมีอยู่ 4 ซี่ และ 1 ใน 4 ซี่อยู่ในวัดแห่งนี้เอง มาสักการบูชา เพื่อเป็นสิริมงคลได้และภายในวัดยังมีองค์พระสักยะมุนีทำด้วยทองแดง ถวายโดยสมเด็จสังฆราชของประเทศไทย... |
|

|
| |
1. ปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน เป็นที่ตั้งของสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทั้งจัตุรัสเทียนอันเหมิน กำแพงเมืองจีน พระราชวังต้องห้าม พระราชวังฤดูร้อน พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง โลกใต้ทะเลวัดลามะ หอฟ้าเทียนถาน เมืองโบราณ
นอกจากนี้ยังมีถนนสายช็อปปิ้งหวังฟู่จิ่ง ตลาดรัสเซีย และชมกายกรรมปักกิ่ง
2. กุ้ยหลิน เมืองสำคัญด้านการท่องเที่ยวของมณฑลกวางสี ลองเรือชมลำน้ำสายสำคัญกับธรรมชาติอันงดงามของกุ้ยหลิน ชมเมืองลับแลและช็อปปิ้งสินค้าราคาถูกในตัวเมืองกุ้ยหลิน
3. เซี่ยงไฮ้ ถือได้ว่าเป็นเวนิสแห่งตะวันออกของเอเชีย มีความทันสมัยแต่คงไว้ซึ่งวัฒนธรรมโบราณ ยังได้นมัสการขอพรเจ้าแม่กวนอิมที่เกาะผู่โถวซานอีกด้วย และช็อปปิ้งจุใจที่ตลาดพันปี (เฉินหว๋าเมี่ยว) ถนนนานกิง
4. เสิ่นเจิ้น เป็นเมืองเศรษฐกิจเฟื่องฟู จนเนรมิตสถานที่ท่องเที่ยวปลูกสร้างด้วยมือมนุษย์ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว "วัดหงฟา" แหล่งรวมศรัทธาของชาวพุทชนิกายมหายานก็เป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิต มีสวนสนุกใหญ่ 5 แห่ง ขาดไม่ได้คือช็อปปิ้งย่านหลอวู่ที่ขึ้นชื่อเรื่องสินค้าเลียนแบบละเมิลลิขสิทธิ์ แม่ค้าส่วนใหญ่พูดภาษาไทยได้ และย่านตงเหมิงเป็นร้านค้าแบรนด์ท้องถิ่นและสารพัดร้านอาหาร
|
|
|
ลุยหิมะจีน ไม่ต้องไปถึงยุโรป
เมื่อคิดถึงหิมะ ก็ต้องคิดถึงยุโรป แต่วันนี้ ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ช่วงปีใหม่นี้ ภาพสวมชุดกันหนาว ถือไม้สกี ยืนสัมผัสอากาศที่หนาวเย็น ท่ามกลางหิมะอันขาวโพลน นั้นไม่ต้องคิดไปถึงยุโรป หรือสวิตเซอร์แลนด์ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ก็สามารถไปได้ในบรรยากาศเดียวกัน และราคาก็ถูกกว่าสองสามเท่าตัว เมื่อเทียบกับที่ต้องไปยุโรป ต้องเก็บหอมรอมริบเงินค่าใช้จ่ายประมาณ 86,800 บาท แต่ไปสกีรีสอร์ทของจีนนั้น เพียง 2-3 หมื่น ก็ลุยหิมะเล่นสกีได้แล้ว
ลานสกีรีสอร์ทและหิมะในประเทศจีน ใช้เวลาจากไทยไปเพียง 2 ชั่วโมง 4 นาที ก็สัมผัสหิมะได้ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป โปรแกรมเที่ยวหิมะและเทศกาลน้ำแข็ง ก็จะเริ่มสำหรับผู้ที่ฝันจะสัมผัสความหนาวเย็นสุดๆและหิมะสักครั้งในชีวิต
แหล่งสัมผัสหิมะที่มีอยู่ในจีนอยู่ที่เมืองปักกิ่ง ใกล้กำแพงเมืองจีน เมืองฮาร์บิน ทางเหนือของจีน และที่ใกล้ๆ กับไทยมากที่สุด สะดวกที่สุดสำหรับคนไทยคือที่ ซีหลิงซาน เมืองเฉิงตู ง้อไบ๊ จิ่วจ้ายโกว นี่เอง
ที่ลานสกีปักกิ่ง มีชุดเครื่องสกีที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดกว่า 3,000 ชุด ไว้สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสหิมะ และมีลานสกียาว
ถึง 1,318 เมตร สร้างจากเทคโนโลยีออสเตรเลียไว้คอยต้อนรับผู้ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน มีลานสกีสำหรับผู้หัดเล่นโดยเฉพาะ ให้ความเพลิดเพลินทดลองหกล้มกับสเกตน้ำแข็ง
ลานหิมะที่นครเฉิงตูบนยอดเขา ซีหลิงเซียะซานสกีรีสอร์ท เป็นสกีรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุด
ในประเทศจีน มีอุปกรณ์สกีครบครันทันสมัยและได้มาตรฐาน รีสอร์ทแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ถึง 7 ตารางกิโลเมตร อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,200 เมตร
นักท่องเที่ยวจะสนุกสนานและเพลิด
เพลินกับบรรยากาศเหมือนในยุโรปได้เล่นสกี จานบินหิมะ สโนว์โมบิล กระโดดร่ม เลื่อนลากด้วยม้า และบอลลูน
ซีหลิงซาน งดงามจนได้รับขนานนามว่า เทือกเขาแอลป์แห่งตะวันออก
|
เสน่ห์ธารสวรรค์
จิ่วจ้ายโกว-หวงหลง
ธรรมชาติที่อุทยานมรดกโลกจิ่วจ้ายโกว อุทยานหวงหลงหรือมังกรเหลือง เปลี่ยนแปลงตามภูมิอากาศ ล้อมรอบและสวยงามยิ่งในฤดูน้ำสวย ความงามของน้ำหลากหลายสี ปรากฏให้ชมอย่างน่าอัศจรรย์ สระน้ำ 5 สีนี้ (Colorful Pond) ยามที่แสงแดดส่อง
กระทบกับน้ำในทะเลสาบจะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ 5 เฉดสี สะท้อนออกมา คือ เขียว ขาว เทา น้ำเงิน และม่วง...
สระน้ำ 5 สี นี้ มีนิยายเล่าว่า เกิดจาก กระจกของนางฟ้าตกจากสวรรค์แตกกระจายร่วงลงมาสู่โลกจึงเกิดเป็นสระน้ำ 5 สี ให้ชม
เส้นทางไปสู่ จิ่วจ้ายโกว ล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ที่แปลกตาทั้งภูเขาหิมะที่สะท้อนกับแสงของ ดวงอาทิตย์ ทัศนียภาพของลำน้ำหมิงเจียงทอดยาวเป็นแนวคดเคี้ยว เมื่อมองจากที่สูงผ่านเส้นทางตามขุนเขาและโตรกผา ตามเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของจีน ผ่านยอดเขาที่สูงที่สุด ตู้เจียงซาน ที่ระดับความสูง 4,200 เมตร
ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับลง และเลี้ยวลดไปตามเทือกเขา บนยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะ พื้นที่ป่าเขียวขจีสลับกับทุ่งหญ้า ทะเลสาบ แม่น้ำและน้ำตกรูปร่างแปลกตา
ภายในบริเวณอุทยานจิ่วจ้ายโกว มีภูเขาและหุบเขาอันสลับซับซ้อน เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่มีระดับพื้นดินที่ลดหลั่นจึงทำให้เกิดแอ่งน้ำน้อยใหญ่มากมายถึง 114 แอ่ง และกลุ่มน้ำตกใหญ่น้อย
รวม 17 กลุ่ม และแม่น้ำซึ่งไหลมาจากหุบเขารวม
5 สาย
ความมหัศจรรย์ของอุทยานแห่งนี้ คือ การได้ชมภาพของน้ำในทะเลสาบมีสีสันที่หลากหลายประกอบด้วยฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงจนทำให้เกิดสีสันอันมหัศจรรย์จนได้ฉายาว่า 7 แดนเทพนิยาย
|
 |
 |
 |
 |

|
 |
 |
 |
 |
| |
จิ่วจ้ายโกว หมายถึง ธารน้ำ
เก้าหมู่บ้าน (จิ่ว = เก้า, จ้าย = หมู่บ้าน, โกว = ธารน้ำ)
หวงหลง หมายถึง มังกรเหลือง (หวง = เหลือง, หลง = มังกร)
อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการเมืองการปกครอง มาตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาล
เมืองนี้ มีทัศนียภาพธรรมชาติอันงดงามของเขาง้อไบ๊ ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปนมัสการสมันตภัทรโพธิสัตว์ พระทองบนยอดจินติ่ง สูง 3 พันกว่าเมตร ณ ตำหนักโพธิสัตว์ ที่ชาวจีนเปรียบความสวยงามดั่งสรวงสวรรค์ และยังมีมรดกโลกที่ เขื่อนโบราณตูเจียงเอี้ยน |
|
|
เดินลัดเลาะเริ่มจากป่าดึกดำบรรพ์สัมผัสธรรมชาติ ต่อด้วยทะเลสาบกระจกเงา ทะเลสาบหงส์ ชมความใสสะอาดของน้ำในทะเลสาบ จากนั้นแวะชมทะเลสาบแพนด้าและทะเลสาบไผ่ลูกศร ท่านจะตะลึงกับความงดงามที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างไว้อย่างวิจิตรพิสดาร ดั่งภาพวาดในจินตนาการ
ความงดงามของน้ำตกธารไข่มุก เป็นน้ำตกที่ไหลผ่านถ้ำลำธารใหญ่สลับซับซ้อนดุจดัง
วังบาดาล มีสายน้ำที่ทอดธารลดหลั่นเป็นระยะยาวถึง 310 เมตร ไม่ขาดสายส่องประกายระยิบระยับ
เป็นน้ำตกที่มีความงามราวกับเส้นไข่มุก
จากที่นี่ มีเส้นทางไปยังอุทยานแห่งชาติหวงหลงหรือมังกรเหลือง ผ่านแนวเทือกเขาสูงชัน หน้าผา หุบเขา เส้นทางคดเคี้ยว ผ่านป่าสนเลาะเลียบแม่น้ำ ชมทิวทัศน์สองข้างทางและการทำเกษตรแบบขั้นบันได ผ่านหมู่บ้านชาวทิเบตสองข้างทางจะได้เห็นฝูงจามรี ด้วยความสูงประมาณ 5,000 เมตร
ลำธารน้ำที่ไหลมาจากยอดเขามีส่วนผสมของหินปูน เมื่อไหลลงสู่ที่ราบก่อเกิดเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่น้อย ทำให้หินปูนตกตะกอนเกาะตัวกันเป็นแอ่งเล็กใหญ่มากมาย น้ำใสเรียบเหมือนกระจก
ชาวจีนและชาวทิเบตเชื่อว่า บริเวณนี้เป็นภูเขาน้ำศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากความงดงามของธารน้ำแห่งนี้ที่รังสรรค์จากธรรมชาติและอาจจะเรียกได้ว่า มีที่เดียวในโลกไม่มีที่ใดเสมือน...
|
ซื้อของที่เมืองจีนสนุกจริงๆ ของมีราคาก็เหมือนไม่มีราคา ต้องต่อรองกันสุดๆ แบบพอใจซื้อก็ซื้อ พอใจขายก็ขายได้ทุกราคา ราคาอยู่ที่ความพอใจ
ทั้งในตลาดปักกิ่ง ตลาดเซี่ยงไฮ้คนขาย ชาวจีนหน้าหมวยๆ นี่ พูดภาษาไทยกันได้ทั้งตลาดแล้ว
เครื่องคิดเลข ควรนำติดตัวไปด้วยเพื่อสะดวกในการต่อรองราคาซื้อขาย เพราะชาวจีนจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย
เวลา เร็วกว่าไทย 1 ชม.
น้ำประปา ยังไม่สะอาดพอควรซื้อ
น้ำดื่มที่บรรจุขวด หรือดื่มน้ำต้ม
ภาษา จีนกลางและภาษาท้องถิ่น
เงินตรา ใช้เงินสกุลหยวน 1 หยวน
ประมาณ 4.6 บาทไทย (สิงหาคม 2550)
บัตรเครดิต ใช้ได้เฉพาะโรงแรม และห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เท่านั้น
โทรศัพท์ การใช้โทรศัพท์มือถือที่เมืองจีนต้องเปิดบริการข้ามแดน (Roaming) จึงจะนำเครื่องไปใช้ได้ในกรณีที่ต้องการโทรกลับประเทศไทยได้ แต่ค่าโทรศัพท์แพงมาก ควรใช้บัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ (IP Card) สะดวกกว่า
ภูมิอากาศ ช่วงฤดูหนาวจะหนาวมาก ต้องเตรียมเครื่องแต่งกายให้พร้อมทั้งเสื้อกันหนาว เสื้อสเวตเตอร์ เสื้อผ้าค่อนข้างหนา เสื้อผ้าร่มสำหรับกันลม รองเท้าผ้าใบ ถุงมือ ถุงเท้า ครีมทาผิว ลิปมัน
ภาษา ภาษาจีนกลางเป็นภาษาราชการ นอกจากนี้ยังมีภาษาท้องถิ่นอีกมาก สำหรับภาษาอังกฤษใช้ได้ตามโรงแรม และร้านค้าใหญ่ๆ ทั่วไป
ทิป มัคคุเทศก์ และพนักงานขับรถหากบริการดีเป็นพิเศษ เพื่อเป็นกำลังใจแก่เขาเหล่านั้นที่ได้รับความเหน็ดเหนื่อย ท่านคงจะพิจารณาให้ทิปเป็นกำลังใจ
ศุลกากร ห้ามนำเข้าผลไม้และอาหารสดทุกชนิด อนุญาตให้นำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกิน 4 ขวด บุหรี่ไม่เกิน 600 มวน เงินตราสกุลดอลลาร์ไม่เกิน 20,000 ดอลลาร์
ยาติดตัว ท่านที่ต้องใช้ยาประจำตัว กรุณาอย่าลืมนำติดตัวไป และกรุณาแจ้งให้
เจ้าหน้าที่ทราบด้วย |
|
|
กรณีฉุกเฉิน...ติดต่อ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง
โทรศัพท์ (8610) 6532-1748
โทรสาร (8610) 6532-1749
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้
โทรศัพท์ (8621) 6323-4095
โทรสาร (8621) 6323-4140
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
โทรศัพท์ 981 7171 โทรสาร 575 1038
|
|
 |
 |
 |
 |
|
|
|
|
|
 |